แก้ปัญหาใบหน้ากว้าง ด้วยการผ่าตัดกราม

ทำหน้าเรียว แก้ปัญหาใบหน้ากว้าง ด้วยการผ่าตัดกราม

ในยุคนี้ความสวยความงามเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้หญิง การทำศัลยกรรมเพื่อเสริมความงาม จึงกลายเป็นเรื่องธรรมดา โดยเฉพาะการทำศัลยกรรมใบหน้า ให้มีรูปเรียวเล็กสไตล์วีเชฟ จะทำให้ใบหน้าของสาว ๆ น่ามอง เป็นที่สนใจของเพศตรงข้ามได้ง่าย การมีใบหน้าสวยงามได้สัดส่วนยังทำให้ผู้หญิงมีความมั่นใจเพิ่มขึ้น วันนี้เรามีข้อมูลเกี่ยวกับการทำศัลยกรรมใบหน้าด้วยการผ่าตัดกรามมาฝากกัน

ตัดกรามที่ไหนดีที่สุด

ใบหน้าไม่ได้รูป
ใบหน้าของแต่ละคนล้วนมีความแตกต่างกันไป ส่วนประกอบของใบหน้านั้นได้ถูกแยกออกเป็น 3 ส่วน คือ ใบหน้าส่วนบน ใบหน้าส่วนกลาง และใบหน้าส่วนล่าง หากใบหน้าทั้งสามส่วนมีขนาดที่สอดรับกัน ก็จะทำให้ใบหน้าดูสมบูรณ์ ช่วยให้ใบหน้าได้สัดส่วนดูมีมิติ แต่มีหลายคนที่มีใบหน้าไม่ได้สัดส่วน หน้าเบี้ยว หน้าสองข้างไม่เท่ากัน จึงต้องทำการแก้ไขด้วยการผ่าตัดกราม ตัดกรามที่ไหนดีที่สุด

การแก้ไขรูปหน้า
การผ่าตัดกรามนั้นเป็นการแก้ไขรูปร่างใบหน้าส่วนล่างใบบริเวณกราม เพื่อปรับแต่งทำให้คางเรียวยาวสวยได้รูปร่างที่ดีมากขึ้น นับว่าเป็นการศัลยกรรมรูปแบบหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะผู้หญิงทุกคนต่างต้องการใบหน้าเรียวเล็กสไตล์วีเชฟด้วยกันทั้งนั้น โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหากรามใหญ่ ทำให้ใบหน้าเป็นสี่เหลี่ยม ทำให้ใบหน้าดูไม่สมดุล การผ่าตัดกราม จะช่วยเปลี่ยนแปลงรูปร่างของใบหน้าให้ได้สัดส่วน

การผ่าตัดกราม
ก่อนการผ่าตัดกราม คนไข้จะต้องเข้ามาขอคำปรึกษาจากแพทย์ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องเหมาะสมเพื่อประกอบการตัดสินใจ รวมถึงการตรวจสอบรูปร่างโดยรวมของกรามด้วยการเอกซเรย์ เพื่อประเมินวางแผนสำหรับการผ่าตัด คนไข้จะต้องแจ้งความประสงค์ของตัวเอง ให้แพทย์ทราบ ควรพูดคุยตกลงทำความเข้าใจกันให้ระเอียด หลังจากนั้นแพทย์จึงวางแผนทำการผ่าตัดต่อไป

ขั้นตอนการผ่าตัด
1. แพทย์จะใช้ยาสลบในการผ่าตัด เพื่อลดความเจ็บปวดในระหว่างการผ่าตัด
2. แพทย์ทำการกรีดเปิดบาดแผล ผ่านชั้นกล้ามเนื้อลงไปจนถึงกระดูกกราม แล้วเลาะกล้ามเนื้อเพื่อที่อยู่บริเวณกระดูกกรามออก แล้วจึงตัดกระดูกกรามในส่วนที่ต้องการออกไป หลังจากนั้นจึงทำการตัดแต่งกระดูกให้โค้งมน แล้วเย็บปิดปากแผล วิธีการผ่าตัดสามารทำได้ 2 วิธี คือ การผ่าตัดภายในช่องปาก และการผ่าตัดภายนอกช่องปาก แต่การผ่าตัดภายในช่องปากจะได้รับความนิยมมากกว่า เพราะไม่ทำให้เกิดรอยแผลเป็น มีความปลอดภัยสูง เพราะไม่ทำให้เส้นประสาทที่มาเลี้ยงมุมปากได้รับความกระทบกระเทือน

หลังการผ่าตัด
หลังการผ่าตัดจะก่อให้เกิดอาการปวดบวม คนไข้ควรประคบเย็นบริเวณรอบ ๆ แผลผ่าตัด หลังการผ่าตัดจะต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล 1 คืน เวลานอนควรยกศีรษะสูงกว่าลำตัวเพื่อลดอาการปวดบวม ควรทานอาหารอ่อนหลังการผ่าตัด
การทำศัลยกรรมใบหน้าด้วยการผ่าตัดลดกราม เป็นวิธีการแก้ไขรูปร่างของใบหน้าส่วนล่าง ให้มีสัดส่วนที่ดีมากขึ้น ส่งผลทำให้ใบหน้าแคบลง ช่วยทำให้ใบหน้าดูเรียวยาวได้รูป ทำให้ใบหน้าของสาว ๆ น่ามอง

ศัลยกรรมปาก ทำปากกระจับ แก้ปัญหาปากใหญ่

สวัสดีค่ะ วันนี้เรากลับมาอีกแล้วนะคะ วันนี้จะมาแชร์ประสบการณ์จากการไปทำศัลยกรรมปากบาง ทำปากกระจับ มานะคะ

เดิมทีเป็นคนที่ริมฝีปากค่อนข้างหนา เราเริ่มไปทำศัลยกรรมปากกับคลินิกนี้เพราะว่าหาข้อมูลจากใน google แล้วก็เว็บไซต์ดูแล้วค่อนข้างน่าเชื่อถือ รีวิวทำปากกระจับสวยๆ เยอะมาก

ศัลยกรรมทำปากกระจับ

ศัลยกรรมทำปากกระจับ

ที่เราตัดสินใจไปศัลยกรรมปาก ทำปากกระจับ ก็เพราะว่ารู้สึกว่าปากเดิมของเราเนี่ยไม่ค่อยเป็นทรง แล้วปากก็ค่อนข้างใหญ่ พูดง่ายๆ ว่าคือเราไม่พอใจในริมฝีปากของตัวเองนั่นแหละ ก็เลยอยากไปทำศัลยกรรม ทำปากกระจับ ก็คิดว่าไปทำแล้วอาจจะทำให้ใบหน้าของเราดูหวานขึ้นด้วยก็เลยตัดสินใจไปทำนะคะ เวลายิ้มก็จะดูปากใหญ่ๆ นิดนึง เลยทำให้ไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่เลยอยาก ทำปากกระจับ

จองคิวแล้วก็เข้าไปผ่าตัด การผ่าตัดทำปากกระจับใช้เวลาไม่นานค่ะประมาณ 1 ชั่วโมง ตอนผ่าตัดคุณหมอก็ให้เราถอดอุปกรณ์ทั้งหมดออก ก็คือ ตุ้มหู สร้อย และเครื่องประดับต่างๆ ที่เป็นโลหะ แล้วก็ฉีดยาชาก่อนผ่าตัด 4 เข็มนะคะ ซ้าย ขวา บน ล่าง ตอนฉีดยาชาเจ็บมากน้ำตาไหลเลยแต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดี จากนั้นคุณหมอก็จะทำการ test ยาชาโดยใช้เข็มจิ้มจิ้มตรงไหนที่เรายังไม่ช้าคุณหมอเขาก็จะฉีดยาชาเพิ่มให้

ตอนที่ผ่าตัดทำปากกระจับเราก็ได้ยินเสียงเครื่องมือหมอก๊อบแก๊บก๊อบแก๊บตลอดนะคะ ตอนทำก็อยากให้มันเสร็จไวๆ ตอนทำก็ได้กลิ่นไหม้ๆ ด้วยน่าจะเป็นคุณหมอใช้เลเซอร์ในการตกแต่งริมฝีปากของเรา คือได้ยินทุกอย่างแต่ว่าก็ไม่รู้สึกเจ็บแปลว่าฉีดยาชาไปแล้ว

หลังทำเสร็จก็กลับบ้านได้ทันทีเลย ไม่มีอาการอะไร กลับไปดูแลรักษาตัวที่บ้านค่ะ วันแรกหลังจากที่ทำไปแล้วตื่นมาตอนเช้าจะตกใจมากเพราะว่าปากบวมมากๆ เต่งเลย การกินอาหารก็ค่อนข้างลำบาก อาจจะต้องใช้หลอดในการดูดโจ๊กเพราะว่าเราจะต้องกินยาก็ต้องกินอาหารก่อน

หลังผ่าตัดทำปากกระจับเราก็จะบ้วนปากด้วยน้ำเกลือแล้วก็เช็ดแผลด้วยน้ำเกลือ ต้องกินโจ๊กประมาณ 4-5 วันกินจนเบื่อไปเลย

ช่วง 4-5 วันแรก เราจะไม่ได้แปรงฟันเลยก็จะรู้สึกแบบสกปรกตัวเองนิดนึง แต่ต้องพยายามบ้วนปากหลังกินอาหารทุกๆ ครั้ง อาการบวมมากจะเป็นวันที่ 3 ที่ 4 จะบวมเยอะ

วันที่ 8 ก็ไปตัดไหมตามที่คลินิก เค้านัดวันนี้ก็รู้สึกว่าปากจะบวมน้อยลงแล้วแต่ริมฝีปากอาจจะยังไม่ค่อยเท่ากันคือ การทำปากกระจับคุณหมอบอกว่าต้องรอให้ปากเข้าที่หน้าใช้เวลาประมาณ 6 เดือนอย่าไปกังวลใจมากในช่วงแรกๆ

เข้าไปตัดไหมแล้วก็มีการปรึกษาคุณหมอคุณหมอก็ซักถามว่า ทำปากกระจับแล้วเป็นยังไง ชอบไหม สวยไหมอะไรแบบนี้ วันที่ไปตัดไหมทางคลินิกเขาก็จะให้ยาทาลดรอยแผลเป็นมาด้วยนะ เราก็ต้องคอยทาทุกวัน พอผ่านไปสักประมาณหลังทำปากกระจับ 6 เดือนปากกาเริ่มเข้าที่แล้วก็ยิ้มได้ปกติแล้วค่ะก็พอใจมากๆ เลย

ศัลยกรรมเสริมคางควรรู้อะไรบ้าง

การศัลยกรรมเสริมคางควรรู้อะไรบ้าง

การศัลยกรรมเสริมคางคือทางออกสำหรับผู้ที่ใบหน้าไม่สมส่วน รูปหน้าสั้น ใบหน้าเหลี่ยม จะช่วยเสริมความมั่นใจกับสาวๆได้เป็นอย่างดี แต่ในปัจจุบันผู้ชายก็นิยมทำแล้วเช่นกัน การตัดสินใจเลือกที่จะทำจำเป็นต้องควรรู้รายละเอียดดังนี้

ศัลยกรรมเสริมคาง

  1. การศัลยกรรมเสริมคางเป็นการปรับแต่งโครงสร้างให้ใบหน้าของเราดูดีขึ้นทางของเราจะดูสมส่วนมากขึ้นซึ่งโดยทั่วๆไปแล้วใบหน้าของคนเราสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ส่วนนั้นก็คือส่วนบนคือส่วนหน้าผาส่วนกลางตั้งแต่หน้าผากลงไปจนถึงจมูกและส่วนล่างคือตั้งแต่จมูกลงไปถึงปลายทางสำหรับใครที่มีรูปหน้าสัตว์สวนทั้งสามนี้เข้ากันก็จะทำให้ใบหน้าโดยรวมดูสวยงาม
  2. ใครบ้างที่ควรเสริมคางหรือเหมาะที่จะทำศัลยกรรมคาง ในใจคุณมีคำถามนี้อยู่ในใจต้องอธิบายแบบง่ายๆสั้นๆว่าการเสริมคางเหมาะกับคนที่มีโครงสร้างของฟันกรามและฟันมีความแข็งแรงเป็นทุนเดิมอยู่แล้วและต้องเป็นคนที่มีสุขภาพดีมีบุตรบ้านทานเพราะหลังเสริมคางจะมีอาการอักเสบและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  3. ความเสี่ยงในการทำศัลยกรรมเสริมคาง ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน หากโชคดีก็จะสวยแบบสบายใจ หากแย่หน่อยก็ต้องปวดหัวกับอาการเหล่านี้ การเสริมคางมักจะเกิดอาการชาที่ริมฝีปาก ผลมาจากด้านในริมฝีปากล่างมีแผลผ่าตัดแต่อาการชาก็จะค่อยๆหายไป มีอาการปวดบวมรอบๆคาง บางรายอาจเกิดอาการชาถาวรก็มีซึ่งเกิดจากความผิดพลาดของแพทย์ หลังผ่าตัดต้องระวังระวังไม่ให้แผลกระทบกระเทือนแรงๆเพราะหากมีการกระทบกระเทือนอาจทำให้ซิลิโคนที่เสริมเข้าไปนั้นเคลื่อนจากตำแหน่งตัดผมผลให้ค่าเบี่ยงหรือแปลอักเสบและมีโอกาสติดเชื้อได้ง่ายอีกด้วย
  4. สำหรับคนที่เคยผ่านการคางมาแล้วหรือฉีดซิลิโคนเหลวมาก่อน ลักษณะทรงคางนั้นจะควบคุมได้ยากผลมาจากซิลิโคนเหลวที่แทรกที่ผิวหรือสารเคมีตกค้างอยู่ภายใน จะทำให้แก้ไขเอาของเก่าออกได้ยาก และจะมีอาการเจ็บมากกว่าปกติ
  5. การดูแลตนเองหลังจากการผ่าตัด คือสิ่งที่สำคัญอย่างหากดูแลไม่ดีก็จะส่งผลต่อแผลที่ตนเองทำมาหรือคางที่เสริมมาก็อาจจะเบี้ยว ย้อย ได้ หรือการฟื้นตัวของร่างกายได้ช้ามาก
  6. ควรฝึกตนเป็นคนช่างสังเกตถึงแม้ว่าคุณจะเลือกทำมาจากคลินิกที่ดังและมีมาตรฐานก็ตาม ให้คุณคิดไว้เสมอว่าทุกอย่างมีโอกาสผิดพลาดกันได้ไม่ควรไว้ใจ หากพบว่ามีอาการผิดสังเกตให้รีบกลับมาทำการแก้ไขทันที

ศัลยกรรมเสริมความงามทุกอย่างมีความเสี่ยง แต่คุณมีสิทธิ์เลือกได้และต้องรู้จักการดูแลตนเอง ไม่ควรเห็นแก่ของถูก เพราะความสวยที่ได้มาอาจจะทำร้ายคุณในภายหน้าได้

ศัลยกรรมดูดไขมัน เอาไขมันส่วนเกินออก

ศัลยกรรมดูดไขมัน เอาไขมันส่วนเกินออกเพื่อกระชับเรือนร่าง

การดูดไขมันเป็นที่ยออมรับกันอย่างกว้างขวาง หรือภาษาอังกฤษเรียกกันว่า lip sculpture เป็นเทคนิคการผ่าตัดเพื่อกำจัดไขมันในตำแหน่งต่าง ๆ ร่างกายออกไป เช่น ไขมันบริเวณต้นขาด้านใน ไขมันบริเวณสะโพก ไขมันบริเวณน่อง ไขมันบริเวณหน้าท้อง และไขมันแก้ม

เทคนิคที่แพทย์จะใช้ปฏิบัติในห้องผ่าตัดเป็นการดูไขมันด้วย cannula ซึ่งเป็นระบบเชื่อมต่อแบบสุญญากาศ ซึ่งโดยปกติทั่วไปแล้วการดูดไขมันจะทำการผ่าตัดได้นั้นจะต้องดำเนินการภายใต้การให้ยาชา แต่ถ้าศัลยแพทย์ของคุณวางแผนที่จะทำการดูดไขมันในบริเวรที่กว้างหรือในพื้นที่ขนาดใหญ่ หรือดูดไขมันในบริเวณหลายตำแหน่ง ก็จะต้องดมยาสลบ เวลาที่ทำการดูดไขมันก็แล้วแต่ว่าเร็วหรือช้า ขึ้นอยู่กับว่าดูดในบริเวณกว้างมากน้อยแค่ไหน และปริมาณของไขมันที่จะดูดออก

ระหว่างที่ทำการดูดไขมันนั้นศัลยแพทย์จะใช้ยาชาก่อน แล้วจึงดูดไขมันด้วย cannulas ทำการดูดไขมันส่วนเกินต่าง และในขณะเดียวกันผู้ป่วยจะได้การควบคุมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์อย่างใกล้ชิด

ศัลยกรรมดูดไขมัน

ภายหลังผ่าตัด

ในกรณีทั่ว ๆ ไป ส่วนใหญ่แล้วหลังการดูดไขมันไม่มีความจำเป็นต้องนอนค้างที่โรงพยาบาล ยกเว้นในกรณีที่มีการแทรกแซงอื่นๆ ซึ่งอาจเกิดขึ้นภายใน 24 ชั่วโมงหลังผ่าตัด

เมื่อเสร็จแล้วจะมีผ้าพันแผลแบบยางยืดมีลักษณะคล้ายๆ ถุงน่อง พันรอบ ๆ บริเวณที่ดูดไขมันเพื่อช่วยรักษาและควบคุมการอักเสบและการไหลเวียนโลหิต และช่วยให้ผิวหนังปรับตัวเข้ากับรูปทรงใหม่ ผู้ป่วยต้องพันผ้าพันแผลนี้ไว้ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นเวลาอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ไปจนถึงสัปดาห์ที่ 3 หรือ 1 เดือน และหลังจากนี้ก็อาจจะพันน้อยลงอาจจะพันแค่ช่วงกลางวันต่อไปอีก 2-3 สัปดาห์

ในช่วงหลังผ่าตัดแนะนำให้ใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อ และยารักษาอาการปวดอื่น ๆ การพักฟื้นเราต้องระลึกไว้เสมอว่าเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาค่อนเป็นค่อยไป ดังนั้นวันแรกหลังผ่าตัด บริเวณพื้นที่ดูดไขมันอาจจะมีอาการบวมหรือช้ำ ซึ่งอาการเหล่านี้จะดีขึ้นใน 1 สัปดาห์ บางคนอาจมีอาการแสบร้อน อาการเหล่านี้จะค่อยๆ หายไป

ผู้ป่วยควรพยายามออกกำลังให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เช่น การเดินเพื่อป้องกันการก่อตัวของ thrombi หลอดเลือดดำที่ขา ในช่วง 3-4 สัปดาห์แรกหลังผ่าตัดอาจจะออกกำลังหนักไม่ได้ แผลจะหายดีใน 5-10 วัน หลังผ่าตัด และผู้ป่วยจะสามาทรถกลับไปทำงานได้ตามปกติใน 2 หรือ 3 วัน

ฉันจะลดน้ำหนักด้วยการดูดไขมันได้หรือไม่ ?

การดูดไขมันเป็นเทคนิคที่มีประสิทธิภาพสูงในกำจัดไขมันส่วนเกิน ช่วยในการกระชับรูปทรงของร่างกายใหม่อย่างถาวร ตราบใดที่ผู้ป่วยยังควบคุมการรัปประทานอาหารอย่างเหมาะสม และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

อย่างไรก็ตามเรื่องนี้เป็นกล่าวขานกันมานานเกี่ยวกับการดุดไขมันเพื่อช่วยให้คุณลดน้ำหนัก แต่มันไม่ได้เป็นการดูดไขมันเพื่อลดน้ำหนัก แต่เป็นการกำจัดไขมันสะสมที่มีมากเกินไป หรือไขมันที่ไม่สามารถลดได้จากการออกกำลังกายหรือควบคุมอาหาร ดังนั้นจึงเป็นที่ชัดเจนว่าการดูดไขมันไม่ใช่การรักษาสำหรับโรคอ้วนหรือช่วยขจัดเซลลูไลท์

การผ่าตัดจะปลอดภัยจะต้องได้รับการผ่าตัดในสถานที่ ในห้องผ่าตัดที่มีอุปกรณ์ครบครัม และดำเนินการโดยศัลยแพทย์ที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสม

เตรียมตัวก่อนเสริมจมูก สำหรับผู้ชาย

ก่อนเสริมจมูก หลังเสริมจมูก ต้องเตรียมตัวอย่างไร

การศัลยกรรมเสริมจมูกเป็นจุดเริ่มต้นของความสวยความงามที่หลายคนนิยมทำกันทั้งดาราและทั่วไปที่ต้องการให้ใบหน้าดูมีมิติและเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเองจึงจำเป็นต้องศึกษาและเตรียมตัวให้ถูกก่อนเสริมจมูก

เตรียมตัวก่อนเสริมจมูก

  1. ก่อนที่จะตัดสินใจเสริมจมูก ต้องรู้ว่าตรงจุดไหนเราไม่พอใจ เช่นจมูกโด่งน้อย แบน จมูกโป่งชมพู่ จมูกงุ้มหงิก เพื่อที่จะได้แก้ปัญหาได้ตรงจุดและตอบโจทย์ได้ตรงความต้องการของตัวคุณได้มากที่สุด สิ่งสำคัญจำเป็นต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพราะการเลือกแบบจมูกบางครั้งอาจจะไม่เหมาะสมกับใบหน้าเราได้หรือบางครั้งอาจมีปัญหาเรื่องของซิลิโคนทะลุได้ และเป็นการทำความเข้าใจว่าสิ่งที่เราตัดสินใจเลือกจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
  2. การเตรียมความพร้อมก่อนเสริมจมูก ควรงดบุหรี่ งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดอย่างน้อย 1 สัปดาห์ งดยาแก้ปวด ยาคลายกล้ามเนื้อก่อนผ่าตัดโดยเฉพาะกลุ่มแอสไพริน ไอบิวโพรเฟน งดวิตามิน น้ำมันตับปลา อาหารเสริมทุกชนิดเพราะจะทำให้เลือดหยุดไหลได้ช้า รวมถึงงดน้ำอัดลม ของหมักดอง อาหารทะเลจะดีมากหากงดได้ก่อนการผ่าตัดเพราะทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ทำให้การผ่าตัดยากและเลือดหยุดไหลได้ช้ากว่าปกติ
  3. สิ่งสำคัญก่อนเข้าทำการเสริมจมูกจำเป็นต้องงดอาหารและน้ำอย่างน้อย 8 ชั่วโมง ในกรณีต้องดมยาสลบ หากไม่ดมยาสลบสามารถทานอาหารเบาๆก่อนเวลาผ่าตัด 4-6 ชั่วโมง งดแต่งหน้าและล้างหน้า ล้างจมูกให้สะอาดก่อนเข้ารับการผ่าตัด
  4. หลังการผ่าตัดทำจมูก แนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงการโดนแผล ไม่ว่าจะเป็นแกะ กระแทก เกา เพื่อให้อาการหลังการผ่าตัดกลับคืนสู่สภาพปกติให้เร็วที่สุด เลือกซื้อผ้าที่เป็นกระดุมเพราะจะสวมใส่ได้ง่ายกว่าเลื้อที่สวมทางศีรษะ สิ่งสำคัญควรหมั่นประคบเย็นติดต่อกันหลังจากการผ่าตัดอย่างต่อเนื่อง 3 วันและประคบอุ่นจะช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น หลรกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด ควรทานยาให้ครบตามแพทย์สั่งเพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
  5. สำหรับวิธีการล้างหน้าก็ควรใช้สำลีเช็ดแทนการล้างหน้าแบบปกติ เพื่อไม่ให้จมูกกระทบกระเทือนได้ ที่สำคัญยังไม่ต้องรีบแต่งหน้าสวยในตอนนี้และควรทานอาหารที่มีประโยชน์ละเว้นของแสลงต่างๆ สามารถดื่มน้ำใบบัวบก น้ำมะพร้าวเพื่อช่วยลดอาการฟกช้ำได้เร็วขึ้น
  6. ต้องสำรวจความพร้อมของร่างกายก่อนว่ามีโรคประจำตัวหรือไม่ เช่นโรคความดัน โรคหัวใจ โรคเอดส์ โรคเบาหวาน ต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนเพื่อป้องกันความเสี่ยงในอนาคต หรือปัญหาในการรักษาตามมาได้

การทำจมูกเพื่อเสริมความงามบนใบหน้าไม่ว่าชายหรือหญิง ทุกคนสามารถทำได้แต่ต้องมีความรู้และตรวจสอบความพร้อมของตนเองก่อนว่าพร้อมมากน้อยแค่ไหน เพราะตัดสินใจทำไปแล้วจะแก้ไขได้ลำบาก

ผู้ชายจะศัลยกรรมเสริมคาง ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง

การเสริมคางผู้ชายควรเตรียมตัวอย่างไร

ศัลยกรรมเสริมคางเป็นอีกหนึ่งความงามที่สาวๆหลายคนมักนิยมทำเพื่อปรับรูปหน้าให้ดูสวยและสมส่วน แต่ก่อนการตัดสินใจทำการผ่าตัดเสริมคางจำเป็นต้องศึกษาเรียนรู้ทั้งข้อดีและข้อเสียของการผ่าตัดเสริมคางมีอะไรบ้าง

ศัลยกรรมเสริมคางผู้ชายการเตรียมตัวก่อนศัลยกรรมเสริมคาง

  1. งดทานยาแอสไพริน ยาคลายกล้ามเนื้อ วิตามินอี วิตามินเอ เพื่อป้องกันเลือดออกง่ายในระหว่างกายผ่าตัดและเลือดหยุดยากหลังการผ่าตัด หากมีโรคประจำตัวหรือแพ้ยาควรแจ้งให้แพทย์ทราบโดยละเอียดก่อนการผ่าตัด
  2. ควรงดการดื่มสุรา และสูบบุหรี่อย่างอย่างน้อย 1 อาทิตย์ พักผ่อนอย่างเต็มที่ก่อนเข้ารับการผ่าตัด รวมถึงควรงดอาหารรสจัด ชา กาแฟ กรณีที่ต้องใช้ยาสลบต้องงดอาหารอย่างน้อย 6 ชั่วโมง และงดอาหารทะเลก่อนผ่าตัดอย่างน้อย 1 อาทิตย์
  3. ไม่ควรสวมเครื่องประดับที่เป็นโลหะก่อนขึ้นทำการผ่าตัดเพราะอาจจะกีดขวางการผ่าตัดได้เช่นการสวมสร้อยคอ
  4. ควรมีเพื่อนมาด้วยเพื่อความสะดวกและความปลอดภัยหลังจากการผ่าตัดควรหยุดพักหลังจากศัลยกรรมล่วงหน้าประมาณ 7 วันโดยเฉพาะ 3 ในแรก ซึ่งอาจจะมีอาการบวมได้ไม่ว่าจะเป็นเพศชายหรือหญิง
  5. สามารถนำแบบรูปทรงคงที่ต้องการมาประเมินได้แต่การจะปรับแต่งได้มากน้อยแค่ไหนก็ต้องขึ้นอยู่กับโครงสร้างและสัดส่วนของรูปหน้า โดยแพทย์จะเลือกให้เหมาะสมกับคุณมากที่สุดเพื่อให้ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด

การเตรียมตัวก่อนศัลยกรรมเสริมคาง

  1. ในช่วงแรกหลังการผ่าตัดควรประคบด้วยน้ำแข็งเพื่อลดอาการเจ็บปวดและลดอาการบวมโดยการประคบรอบๆคาง ในช่วงแรกๆควรเข้ามาทำการล้างแผลทำความสะอาดทุกวันเพื่อป้องกันการสะสมของเศษอาหารที่ทำให้เกิดการติดเชื้อและมีอาการอักเสบได้
  2. ในช่วงระยะ 4-6 วันหลังจากการผ่าตัดแนะนำให้ประคบร้อนด้วยไข่ต้มเพื่อลดอาการบวมช้ำรอบๆคาง โดยนำไข่มาคลึงรอบๆคาง ท่านอนที่เหาะสมควรนอนให้ศีรษะสูง ห้ามนอนตะแคงหรือนอนคว่ำเพราะอาจโดนกดทับที่บริเวณคางที่ยังมีอาการอักเสบอยู่
  3. รับประทานยาตามที่แพทย์สั่งให้ครบอย่างเคร่งครัดและมาตามแพทย์นัดให้ตรงตามนัด ไม่ควรแกะพลาสเตอร์หรือตัดไหมออกเองก่อนกำหนดเพราะเสี่ยงติดเชื้อได้ง่าย
  4. ทำความสะอาดหน้าด้วยการเช็ดแทนการล้างหน้า เมื่อสังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลเช่น มีอาการบวมเขียวช้ำหลังจากการผ่าตัดนานกว่า 1-2 อาทิตย์ให้รีบกลับมาพบแพทย์ทันที
  5. เลี่ยงการออกกำลังกายอย่างรุนแรง ยกของหนัก งานปาร์ตี้ การดื่มสุรา เพราะจะทำให้แผลหายได้ช้า

หลังจากการทำศัลยกรรมจำเป็นต้องพักผ่อนและปฏิบัติอย่างเคร่งครัดเพื่อที่คุณจะได้ไม่ต้องผ่าตัดแก้ไขเจ็บตัวรอบสองอีกครั้ง